Sunday, August 10, 2014

Wh-Question เกี่ยวกับสิ่งที่ทำในอดีต

เด็กๆ จะต้องรู้จักการตั้งคำถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลข่าวสาร ตามที่เราสนใจ หรือต้องการทราบ และเป็นการเริ่มต้นการสนทนาอีกทางหนึ่ง ก็ได้ ถามในสิ่งที่เราทุกคนต้องทำหรือปฏิบัติโดยการใช้คำถามแบบ Wh-Question Word.
ระดับความยากง่าย ประถม – มัธยมต้น
วิธีการสอน
อ่านประโยคภาษาไทยให้เด็กฟังและจดบันทึกลงสมุด
จากนั้นให้เวลาประมาณ 10 นาที ในการแปลงกลับเป็นภาษาอังกฤษ
ตรวจคำตอบ และอาจจะเฉลยให้เด็กๆ ดูหรือแก้ไข จากนั้น
ให้เด็ก ๆ ได้ฝึกอ่านประโยคทั้งไทยและอังกฤษ คนละ 1 รอบ
วัตถุประสงค์
แนะนำการเขียนประโยคง่ายๆ เพื่อบอกเล่ากิจกรรมหรือสิ่งที่ทำในอดีต Past Simple tense และคำศัพท์ง่ายๆ ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเรา
1 เมื่อวานนี้ คุณตื่นนอนเวลาเท่าไหร่
What time did you get up?
2 คุณไปไหนเมื่อวานนี้
Where did you go?
3 เมื่อวานนี้ คุณเรียนอะไรที่โรงเรียน
what did you study at school?
4 เมื่อวานนี้คุณทำอะไรกับเพื่อนๆ  
what did you do with friends?
5 เมื่อวานนี้คุณเลิกเรียนกี่โมง
What time did you finish school?

6 เมื่อวานนี้ คุณกลับมาถึงบ้านตอนกี่โมง
What time did you arrive home?

7 เมื่อวานนี้คุณไปทำอะไรที่สนามเทนนิส
What did you do at tennis court?

8 เมื่อวานนี้ คุณดูอะไรที่บ้าน
What did you watch at home?
9 เมื่อวานคุณดื่มอะไร
What did you drink?
10 เมื่อวานนี้คุณทำการบ้านหรือเปล่า

Did you do homework?
Study the word order in these questions:-
 did(n't)+ subject+ infinitive 
 Didhevisityou?
 Didn'thevisityou?
Whatdidyoudoyesterday?
Whendidyoufinishyour course?
Wheredidyougoon holiday?
Whodidyouseeat the park?
Whydidn'thevisityou?

Saturday, August 9, 2014

เรียนรู้ Past Simple Tense ผ่านกิจกรรมที่ทำเมื่อวาน

เทคนิคการสอน Past Simple Tense ของพ่อแม่ให้กับนักเรียนแบบง่ายๆ

ให้เขียนตามคำบอกถึงกิจกรรมหรืองานที่ทำโดยเด็กๆ ในวันที่ผ่านมา โดยเขียนภาษาไทยและอังกฤษด้วย เพื่อให้เด็กๆ ฝึกฝนทักษะการฟัง การเขียน และการบันทึก ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ต่อไป

ระดับความยากง่าย ประถม – มัธยมต้น

วิธีการสอน

อ่านประโยคภาษาไทยให้เด็กฟังและจดบันทึกลงสมุด

จากนั้นให้เวลาประมาณ 10 นาที ในการแปลงกลับเป็นภาษาอังกฤษ

ตรวจคำตอบ และอาจจะเฉลยให้เด็กๆ ดูหรือแก้ไข จากนั้น

ให้เด็ก ๆ ได้ฝึกอ่านประโยคทั้งไทยและอังกฤษ คนละ 1 รอบ

วัตถุประสงค์

แนะนำการเขียนประโยคง่ายๆ เพื่อบอกเล่ากิจกรรมหรือสิ่งที่ทำในอดีต Past Simple tense และคำศัพท์ง่ายๆ ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเรา



1 เมื่อวานนี้ ฉันตื่นนอนเวลา 0700 นาฬิกา

Yesterday, I got up at 7 o’clock.

2 เมื่อวานนี้ ฉันไปโรงเรียน

Yesterday, I went to school.

3 เมื่อวานนี้ ฉันเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียน

Yesterday, I studied English at school.

4 เมื่อวานนี้ฉันคุยกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน

Yesterday, I talked with my friends at school.

5 เมื่อวานฉันเลิกเรียนตอน 4 โมงเย็น

Yesterday, I finished school at 4 o’clock.

6 เมื่อวานนี้ ฉันกลับมาถึงบ้านตอน 5 โมงเย็น

Yesterday, I arrived home at 5 o’clock.

7 เมื่อวานนี้ฉันไปเล่นเทนนิสที่สนามเทนนิส

Yesterday, I went to play tennis at tennis court.

8 เมื่อวานนี้ ฉันดูโทรทัศน์ที่บ้าน

Yesterday, I watched TV. at home.

9 เมื่อวานฉันดื่มนม

Yesterday, I drank milk.

10 เมื่อวานนี้ฉันทำการบ้าน

Yesterday, I did homework.


Wednesday, July 9, 2014

แบบฝึกหัดเรื่อง Causative Verbs

แบบฝึกหัดเรื่อง Causative Verbs

1. I'm going to have Mike ________ my computer to see what is wrong.
 a) look at b) to look at c) looked at

ข้อสังเกตุและท่องจำคือ To have someone do something
                                       To get someone to do something ครับ

ดังนั้นข้อนี้ ใช้ to have Mike + V1

2. One of my wisdom teeth really hurt, so I went to the dentist to have it
________.
 a) remove b) removed c) to be removed

 ข้อสังเกตุและท่องจำคือ To have something done by someone
                                     
ดังนั้นข้อนี้ ใช้ to have my wisdom teeth + V3

3. Are you going to ________ like this?
 a) let him to suffer b) allow him suffer c) let him suffer

To let ก็เป็นอีกกริยาที่ใช้แทน Get/Have เช่นกัน

4. Jimmy is dead. The mafia boss ________.
 a) had killed b) had him killed c) had him to be killed

เป็นโครงสร้างแบบ Causative Passive

5. Julie will not let her daughter ________ the boy from across the street.
 a) marry b) to marry c) married
เป็นโครงสร้าง Let someone do something

6. I had the wall ________ when I was renovating my apartment.
 a) to be knocked down b) knocked down c) knock down
เป็นโครงสร้างแบบ Have something done

7. I ________ her and apologize.
 a) made him to call b) made him called c) made him call
 เป็นโครงสร้างแบบ Make someone do something

8. I have ________ many times.
 a) my heart broken b) had my heart broken c) had my heart broke
  เป็นโครงสร้างแบบ Causative Passive voice

9. The authorities ________ as soon as they found out she was there
illegally.
 a) had her deported b) have her deport c) had her to be deported
 เป็นโครงสร้างแบบ Causative Passive voice

10. I had some tests ________, but they didn’t find anything.
 a) done b) to be done c) have done

Have something done

ANSWERS: 
1)a 2)b 3)c 4)b 5)a 6)b 7)c 8)b 9)a 10)a 
ทบทวนเรื่อง Causative Verbs ได้ที่ ทบทวนการใช้งาน causative Form

Tuesday, July 8, 2014

ทบทวนการใช้งาน causative Form

โครงสร้างการใช้งานภาษาอังกฤษ Causative Have/Get Something Done จะใช้กรณีที่ตัวของเราหรือคนพูดได้รับการบริการหรือการทำงานโดยพนักงานบริการหรือคนอื่น เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองดูตัวอย่าง ประโยค ด้านล่างนี้นะครับ 
Sam is cutting his hair. แซมกำลังตัดผมของเขาด้วยตัวเอง 
Sam is having his hair cut. ประโยคนี้ หมายถึงว่าแซมให้ผมของเขากำลังถูกตัดโดยใครสักคน เช่น ช่างแต่งผม hairdresser นะครับ 
 ข้อสังเกตุ คำกริยา ที่ตามหลัง Causative Have/Get Something Done จะต้องเป็นกริยาช่องที่ 3 (Participle)
Sam เป็นประธานของประโยค 
having เป็น Causative form 
hair เป็น something 
cut เป็น กริยาช่องที่ 3 (Participle) 
ท่องจำกันง่ายๆ ใช้งานบ่อยๆ ว่า Have/Get Something Done by someone 


น้องๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ อย่าลืมนะครับว่า order หรือการเรียงลำดับของประโยคสำคัญมาก
ซึ่งจะมีหลักในการเรียงคือ Have/Get + Object กรรม (สิ่งที่ถูกกระทำ) + Participle (กริยาช่องที่ 3 )
ตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น 
I had the roof fixed yesterday.
ฉันให้หลังคาของฉันได้รับการซ่อมโดย someone 
Where did you have your hair permed?
คุณให้ผมของคุณโดดดัดที่ไหน 
I am going to have my hair trimmed tomorrow.
ฉันตั้งใจว่าจะให้ผมของฉันได้รับการตกแต่งในวันพรุ่งนี้ 
Why don't you have that dress cleaned?
ทำไมคุณไม่ให้ชุดนั้นได้รับการทำความสะอาด

เราสามารถใช้งาน Get แทนที่ของ Have ได้เช่นกัน แต่จะใช้ในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการน้อยกว่าและนิยมในภาษาพูด ตัวอย่างเช่น 

I'm going to get my car fixed tomorrow. ฉันวางแผนให้รถยนต์ของฉันได้รับการซ่อมในวันพรุ่งนี้
นอกจากนั้นยังพบบ่อยในประโยคคำสั่ง เช่น Get your hair cut. 
และมักใช้ในความหมายว่าท้ายสุดแล้วก็สามารถจัดการได้สำเร็จ เช่น 
I eventually got the car fixed. ในที่สุดแล้วฉันก็จัดการให้รถยนต์ของฉันได้รับการซ่อมสำเร็จ 
เพิ่มเติมการใช้งานที่น่าสนใจ และสังเกตุ ว่าอาจจะสับสนและพลาดคะแนนไปได้ 

Get someone to do something.
เช่น The teacher gets the students to write the report. ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนรายงาน
I got my mother to make a cake last week. ฉันให้แม่ทำเค้กให้ทานเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา 

แต่  Have someone do something.
The teacher has the students read the book. ครูให้นักเรียนอ่านหนังสือ 



ทบทวนหลักการใช้งาน Present Simple Tense

ทบทวนหลักการใช้  Present Simple ปัจจุบันกาล  ซึ่งเป็น Tense ที่เราพบเห็นบ่อยๆ ตามชีวิตประจำวัน  และต้องมีการใช้งานกันเป็นประจำทุกวัน ในการพูด สนทนา การเขียน และการบรรยาย ซึ่งมีหลักการใช้ที่สำคัญ ดังนี้ 
ภาษาอังกฤษ ก็ต้องมีการทบทวน หรือหมั่นทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ ทุกวัน จะทำให้การเรียน การสอบ ดีขึ้น แน่นอน รับรอง ได้ sure ๆ 
* ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 คำกริยาต้องเติม _s,_es 
1: เราใช้งาน Present Simple กับความจริงทั่วไป generally true:
  • The sun rises in the east. พระอาทิตย์ขึ้นทางด้านตะวันออก 
  • People need food. คนต้องการอาหาร 
  • It snows in winter. หิมะตกในหน้าหนาว
  • The sky isn't green. ท้องฟ้าไม่เขียว
  • Plants die without water. ต้นไม้จะตายถ้าขาดน้ำ
  • Two and two make four. สองบวกสองเป็นสี่
2: ใช้กับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เราคิดว่าจะถาวรหรือเกือบๆ จะถาวร เช่น 
  • Where do you live? คุณอาศัยประจำที่ไหน
  • She works in a bank. หล่อนทำงานประจำที่ธนาคาร
  • They love coffee. พวกเขาชอบกาแฟ
  • She has three children. หล่อนมีลูกสามคน
  • am married. ฉันแต่งงานแล้ว 
  • don't like mushrooms. ฉันไม่ชอบกินเห็ด
3: ใช้กับสิ่งที่เราทำเป็นกิจวัตรหรือเป็น นิสัย  habits มักควบคู่ด้วยคำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา Adverb Of Frequency 
  • Do you smoke? ปกติคุณสูบบุหรี่ไหม 
  • play tennis every Tuesday. ฉันเล่นเทนนิสทุกวันอังคาร 
  • We often go to the cinema. เราไปดูหนังบ่อยๆ 
  • She gets up at seven o'clock every day. เธอตื่นนอนเวลา 7 โมงเช้าทุกๆวัน 
  • At the weekend, we usually go to the market. เราไปตลาดกันทุกสุดสัปดาห์ 
  • How often do you study English? คุณเรียนภาษาอังกฤษบ่อยแค่ไหน 
  • don't travel very often. ฉันไม่ได้เดินทางบ่อยๆ 
4: เราใช้ simple present tเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน หนังสือ การแสดง และ ภาพยนตร์ 
  • The hero dies at the end of the film. พระเอกตายตอนจบของหนัง
  • A young woman travels through Europe, where she meets different people, and finally falls in love.หญิงสาวเดินทางในยุโรป เมื่อตอนที่เธอพบกับผู้คนที่แตกต่าง และสุดท้ายเธอก็ตกหลุมรัก 
  • In this book, an army invades Britain. ในหนังสือเล่มนี้ กองทัพได้รุกรานอังกฤษ 
  • The main character is very pretty and works in a bookshop.ตัวเอกของเรื่องน่ารักมากและทำงานในร้านขายหนังสือ 
5: ใช้กับประโยคเงื่อนไขที่ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ หรือ zero conditionals:
  • If it rains, I won't come. ถ้าฝนตน ฉันก็จะไม่มา 
  • If you heat water to 100 degrees, it boils. ถ้าคุณต้มน้าร้อน 100 องศา มันก็จะเดือดจัด 
6: ใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ Strangely, เราสามารถใช้กับเหตุการณ์ที่เรากล่าวถึงอนาคต ตามแผนหรือตารางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ เช่น 
  • School begins at nine tomorrow. โรงเรียนเปิดเรียนเก้าโมงพรุ่งนี้ 
  • Our train leaves at eleven. รถไฟของเราออกเวลาสิบเอ็ดโมง 
  • What time does the film start? หนังเริ่มฉายเวลาเท่าไหร่ 
  • The plane doesn't arrive at seven, it arrives at seven thirty. เครื่องบินไม่มาถึงตามกำหนดเวลาที่เจ็ดโมง แต่จะมาถึงเวลาเจ็ดโมงครึ่ง 
  • When does the class finish? เลิกเรียกเวลาเท่าไหร่ 
7: เราใช้กับเหตุการณ์ในอนาคต หลังคำพวก  'when', 'until', 'after', 'before' และ  'as soon as' ในประโยค  future sentence:
  • I will call you when I have time. ฉันจะโทรหาคุณเมื่อตอนที่ฉันว่าง 
  • I won't go out until it stops raining. ฉันจะไม่ออกไปข้างนอกถ้าฝนไม่หยุดตก 
  • She'll come as soon as her babysitter arrives. เธอจะมาทันทีเมื่อพี่เลี้ยงเด็กของเธอมาถึง 
  • I'm going to make dinner after I watch the news. ฉันจะไปทำอาหารเย็นหลังจากที่ดูข่าว 
  • I'll give you the book before you go. ฉันจะให้หนังสือกับคุณ ก่อนที่คุณจะไป 
8: เราใช้ simple tense กับ  stative verbs (กริยาที่ไม่สามารถใช้งานกับ continuous tenses) :
  • This soup tastes great. ซุปนี้รสชาติเยี่ยม 
  • You look fabulous. คุณดูเยียมเลย 
  • think she is very pretty. ฉันคิดว่าเธอสวยมาก 
  • am cold. ฉันรู้สึกหนาว 
  • promise I will help you. ฉันสัญญา ว่าฉันจะช่วยคุณ 

Friday, December 21, 2012

บอกเส้นทางภาษาอังกฤษ

Giving direction in English
อาจจะมีบางครั้งที่เราอาจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องบอกทาง ให้กับฝรั่ง หรือคนต่างชาติ เป็นภาษาอังกฤษ เรามาลองดูกันว่าคำศัพท์คำไหน หรือข้อความ ประโยค ที่ใช้บ่อยและน่าจะมีประโยชน์ในการศึกษา และจดจำไว้ใช้งานกันบ้าง
Leave this place: ออกจากสถานที่ เช่น บ้าน ตลาด โรงเรียน ฯลฯ
Go straight : ตรงไป
Turn left : เลี้ยวซ้าย
Turn right : เลี้ยวขวา
Take the second road : ใช้ถนนเส้นที่ 2
Cross the bridge :ข้ามสะพาน
Junction : สามแยก
Roundabout : วงเวียน
Take the bus no.5 : ขึ้นรถบัสหมายเลข 5
Get to : ถึง
Get off : ลงรถ
Pass the hospital on your left: ผ่านโรงพยาบาลทางซ้ายมือ
Park the car: จอดรถ
How far is the school? โรงเรียนไกลแค่ไหน
How long form here to ... by bus? จากนี้ไป ใช้เวลาเท่าไหร่ โดยรถบัส