Tuesday, July 8, 2014

ทบทวนหลักการใช้งาน Present Simple Tense

ทบทวนหลักการใช้  Present Simple ปัจจุบันกาล  ซึ่งเป็น Tense ที่เราพบเห็นบ่อยๆ ตามชีวิตประจำวัน  และต้องมีการใช้งานกันเป็นประจำทุกวัน ในการพูด สนทนา การเขียน และการบรรยาย ซึ่งมีหลักการใช้ที่สำคัญ ดังนี้ 
ภาษาอังกฤษ ก็ต้องมีการทบทวน หรือหมั่นทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ ทุกวัน จะทำให้การเรียน การสอบ ดีขึ้น แน่นอน รับรอง ได้ sure ๆ 
* ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 คำกริยาต้องเติม _s,_es 
1: เราใช้งาน Present Simple กับความจริงทั่วไป generally true:
  • The sun rises in the east. พระอาทิตย์ขึ้นทางด้านตะวันออก 
  • People need food. คนต้องการอาหาร 
  • It snows in winter. หิมะตกในหน้าหนาว
  • The sky isn't green. ท้องฟ้าไม่เขียว
  • Plants die without water. ต้นไม้จะตายถ้าขาดน้ำ
  • Two and two make four. สองบวกสองเป็นสี่
2: ใช้กับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เราคิดว่าจะถาวรหรือเกือบๆ จะถาวร เช่น 
  • Where do you live? คุณอาศัยประจำที่ไหน
  • She works in a bank. หล่อนทำงานประจำที่ธนาคาร
  • They love coffee. พวกเขาชอบกาแฟ
  • She has three children. หล่อนมีลูกสามคน
  • am married. ฉันแต่งงานแล้ว 
  • don't like mushrooms. ฉันไม่ชอบกินเห็ด
3: ใช้กับสิ่งที่เราทำเป็นกิจวัตรหรือเป็น นิสัย  habits มักควบคู่ด้วยคำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา Adverb Of Frequency 
  • Do you smoke? ปกติคุณสูบบุหรี่ไหม 
  • play tennis every Tuesday. ฉันเล่นเทนนิสทุกวันอังคาร 
  • We often go to the cinema. เราไปดูหนังบ่อยๆ 
  • She gets up at seven o'clock every day. เธอตื่นนอนเวลา 7 โมงเช้าทุกๆวัน 
  • At the weekend, we usually go to the market. เราไปตลาดกันทุกสุดสัปดาห์ 
  • How often do you study English? คุณเรียนภาษาอังกฤษบ่อยแค่ไหน 
  • don't travel very often. ฉันไม่ได้เดินทางบ่อยๆ 
4: เราใช้ simple present tเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน หนังสือ การแสดง และ ภาพยนตร์ 
  • The hero dies at the end of the film. พระเอกตายตอนจบของหนัง
  • A young woman travels through Europe, where she meets different people, and finally falls in love.หญิงสาวเดินทางในยุโรป เมื่อตอนที่เธอพบกับผู้คนที่แตกต่าง และสุดท้ายเธอก็ตกหลุมรัก 
  • In this book, an army invades Britain. ในหนังสือเล่มนี้ กองทัพได้รุกรานอังกฤษ 
  • The main character is very pretty and works in a bookshop.ตัวเอกของเรื่องน่ารักมากและทำงานในร้านขายหนังสือ 
5: ใช้กับประโยคเงื่อนไขที่ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ หรือ zero conditionals:
  • If it rains, I won't come. ถ้าฝนตน ฉันก็จะไม่มา 
  • If you heat water to 100 degrees, it boils. ถ้าคุณต้มน้าร้อน 100 องศา มันก็จะเดือดจัด 
6: ใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ Strangely, เราสามารถใช้กับเหตุการณ์ที่เรากล่าวถึงอนาคต ตามแผนหรือตารางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ เช่น 
  • School begins at nine tomorrow. โรงเรียนเปิดเรียนเก้าโมงพรุ่งนี้ 
  • Our train leaves at eleven. รถไฟของเราออกเวลาสิบเอ็ดโมง 
  • What time does the film start? หนังเริ่มฉายเวลาเท่าไหร่ 
  • The plane doesn't arrive at seven, it arrives at seven thirty. เครื่องบินไม่มาถึงตามกำหนดเวลาที่เจ็ดโมง แต่จะมาถึงเวลาเจ็ดโมงครึ่ง 
  • When does the class finish? เลิกเรียกเวลาเท่าไหร่ 
7: เราใช้กับเหตุการณ์ในอนาคต หลังคำพวก  'when', 'until', 'after', 'before' และ  'as soon as' ในประโยค  future sentence:
  • I will call you when I have time. ฉันจะโทรหาคุณเมื่อตอนที่ฉันว่าง 
  • I won't go out until it stops raining. ฉันจะไม่ออกไปข้างนอกถ้าฝนไม่หยุดตก 
  • She'll come as soon as her babysitter arrives. เธอจะมาทันทีเมื่อพี่เลี้ยงเด็กของเธอมาถึง 
  • I'm going to make dinner after I watch the news. ฉันจะไปทำอาหารเย็นหลังจากที่ดูข่าว 
  • I'll give you the book before you go. ฉันจะให้หนังสือกับคุณ ก่อนที่คุณจะไป 
8: เราใช้ simple tense กับ  stative verbs (กริยาที่ไม่สามารถใช้งานกับ continuous tenses) :
  • This soup tastes great. ซุปนี้รสชาติเยี่ยม 
  • You look fabulous. คุณดูเยียมเลย 
  • think she is very pretty. ฉันคิดว่าเธอสวยมาก 
  • am cold. ฉันรู้สึกหนาว 
  • promise I will help you. ฉันสัญญา ว่าฉันจะช่วยคุณ 

No comments:

Post a Comment