Tuesday, September 6, 2011

การสอบ TOEFL แบบ IBT (Internet base test)

สำหรับน้องๆ นักศึกษาหรือผู้สนใจที่ต้องการวัดความสามารถการใช้งานภาษาอังกฤษของท่าน อย่าง TOEFL เป็นข้อมูลแบบสังเขป สำหรับแนวทางการเตรียมตัวและการทดสอบ TOEFL
ก่อนอื่นลองมาทำความเข้าใจกับการสอบ TOEFL แบบ IBT กันเสียก่อนว่าคืออะไร
TOEFL = Test of English as a Foreign Language
IBT = Internet Base Test
เป็นการสอบความรู้ความสามารถความชำนาญในการใช้ภาษาอังกฤษ ของคนที่ใช้ภาษาอังกฤาเป็นเป็นภาษาที่ 2 คือไม่ได้พูดหรือเรียนหรือใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาแรก หรือภาษาหลักๆ อย่างคนสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือ อังกฤษ เป็นต้น ปกติแล้ววิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย หรือสถานที่ทำงานต่างประเทศบางแห่ง จะมีความต้องการผลการสอบ TOEFL ของนักเรียนหรือผู้สมัครทำงาน เป็นเกณฑ์วัด การเข้ารับศึกษาหรือทำงาน ทั้งนี้เพื่อประกันว่าคนๆ นั้นจะสามารถเรียนกับเขารู้เรื่อง สื่อสารได้ คุยกันได้ ประมาณนั้น
การสอบ TOEFL มีการทดสอบอะไรบ้าง และเป็นการสอบในลักษณะหรือรูปแบบใด ปัจจุบันการสอบTOEFL จะเป็นลักษณะของการวัดความสามารถของผู้ทดสอบแบบ Integrated หรือแบบผสมผสาน และจะเน้นในเรื่องของ Communication competency ความสามารถในการสื่อสารมากกว่าการท่องจำหลักไวยากรณ์หรือแกรมมาแบบที่นักเรียนบ้านเราชอบท่องจำกัน โดยจะทดสอบทักษะการใช้ภาษาครบ 4 ด้าน ได้แก่ การอ่าน ฟัง พูด และเขียน ตามลำดับ โดยแต่ละทักษะจะมีคะแนนเต็ม 30 คะแนน รวมทุกทักษะก็ 120 คะแนน สำหรับคะแนนผ่านขั้นต่ำคือ 83 คะแนนครับ
1 Reading passage ประมาณ 3-5 บทความ โดยแต่ละบทความจะมีคำถามประมาณ 13-14 ข้อ ให้เวลาประมาณ 60-100 นาทีครับ เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ Academy ที่ใช้เรียนใช้สอบในระดับวิทยาลัยหรือมหาลัยของฝรั่งเขาทั่วไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องคุ้นเคยกับรูปแบบการอ่านในระดับนี้ เช่น Literature ,history ,biology, sociality เป็นต้น แน่นอนว่าคำศัพท์ Vocabulary และบริบทจะยากกว่า การใช้ภาษาอังกฤษประจำวันทั่วไป ที่จะมาถามเรื่องสุขภาพ หรือดินฟ้าอากาศ จึงจำเป็นที่ผู้เรียนจะต้องฝึกฝนการอ่านให้มากๆ เน้นมากๆ ถึงมากที่สุด และต่อเนื่อง อันนี้สำคัญมากๆ สำหรับหนังสือที่แนะนำก็อ่านจะเป็น หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ หรือหนังสือภาษาอังกฤษทั่วไป หรือค้นหาจากอินเตอร์เน็ตก็ได้ ลองถามกูเกิลดูได้ทุก โทปิกละครับ
2 Listening เป็นการทดสอบความสามารถในการฟังครับ เป็นการฟังลักษณะอาจารย์หรือโปรเฟสเซอร์กำลังสอนในคลาสหรือห้องเรียน เนื้อหาก็อาจจะเป็นเรื่อง ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เคมีชีวะ ภาษาศาสตร์ เป็นต้น จะมีประมาณ 4-6 เลคเซอร์ แต่ละบทก็จะมีคำถามท้ายบทประมาณ 6 ข้อ
นอกจากฟังเนื้อหาบทเรียนแล้ว ก็ยังมีบทสนทนา Conversation ทั่วไปด้วยนะครับ ประมาณ 2-3 บท และคำถาม 5 คำถามต่อ 1 บทสนทนาครับ
คำแนะนำในการเตรียมตัว ก็ฟังให้มากและต่อเนื่อง เป็นประจำทุกวันครับ เช่น DVD หนัง ดนตรี เพลง สารคดี รายการโทรทัศน์ CNN BBC เป็นต้น ถ้าเป็นไปได้ก็ลองเป็นไกด์จำเป็นตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือหาเพื่อนคุยต่างชาติ ทางอินเตอร์เน็ต เช่นสไกด์ หรือ MSN แต่ระวังตัวนิดหนึ่งคุยได้ออนไลน์ แต่อย่านัดเจอกัน ถ้าไม่ไว้วางใจจริงๆ หรือมีเพื่อนๆ เป็นกลุ่ม
การสอบฟังจะใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที โดยประมาณ จากนั้นจะเป็นการพักเบรก 10 นาที เน้น 10 นาทีแป๊ะๆ เท่านั้น เพื่อผ่อนคลาย ทำธุระส่วนตัว ห้องน้ำห้องท่า อาหารว่าง ขนม เครื่องดื่ม แนะนำหา ขนม นม น้ำติดกระเป๋าไปด้วย รองท้อง เป็นพลังงานในการทำข้อสอบต่อไป ปกติแล้ว บางศูนย์สอบเช่น ม.เกษฒบัณทิต จะมีเตรียมของว่างพวก ชา กาแฟ และขนมยูโร ไว้ให้ผู้เข้าสอบด้วย (ดีจัง) แต่บางแห่งก็ไม่มี ทางทีดีก็เตรียมๆ ของตัวเองไปดีกว่า
3 speaking จะมี 6 ข้อ จะเริ่มจากการให้เราทดลองพูดก่อน เป็นการ Warm up ประมาณ 2 นาที เป็นการพูดแบบ Description อธิบาย เรื่องของ เมืองที่เราอาศัยอยู่ อันนี้ไม่มีคะแนนครับ จากนั้นจะเป็นการสอบพูดจริง จะมีฉากจำลอง การสนทนาระหว่างนักเรียนกับอาจารย์ จะให้เราฟังและสรุปใจความว่า ปัญหาคืออะไร ถ้าให้เราแนะนำหนทางทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในมุมมองของเราครับ การพูดค่อนข้างจะท้าทายครับ ต้องหมั่นฝึกพูดบ่อยๆ และพูดให้กระชับ และตรงประเด็นมากที่สุด ไม่น่ายากเกินไป หากเราพูดไม่ค่อยเก่งมากนัก ก็ลองดูเทคนิค ว่าเวลา 1 นาทีโดยประมาณ จะพูดเริ่มจากอะไรบ้าง และจะจบด้วยอะไรบ้าง เช่น The man, woman said that …
I would recommend …
เป็นต้น
แต่ละข้อจะให้เวลาเราบันทึก หรือ Outline เนื้อหาที่จะพูดประมาณ 30 วินาที จากนั้นจึงจะเริ่มพูดตอบคำถาม พยายามตอบให้ครบทุกประเด็น โดยระบบจะบันทึกเสียงของเราลงบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบออนไลน์ และส่งไปให้ rater หรือคนประเมิน ประเมินผลการพูดของเราต่อไปอีกครั้งครับ
4 ทักษะสุดท้ายคือ Writing จะมี 2 ส่วนคือ ฟังเลคเซอร์และอ่านเนื้อหา Passage ด้วย แบบนี้ปกติแล้วจะเป็นแบบขัดแย้งกัน กล่าวคือเนื้อหาในการฟัง กับเนื้อหาในการอ่านจะแย้งกันประมาณ 3 ประเด็น ให้เราเขียนสรุปประเด็นสำคัญที่แย้งกันได้ครบ และหลักการเขียนถูกต้องคะแนนก็จะดีพอสมควร
ส่วนที่ 2 เป็นแบบเปิดคือลักษณะถามความคิดเห็นของเราต่อคำถามหรือประเด็นที่กำหนดให้เรา ส่วนมากแล้วจะเป็นเชิงเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย เช่น การใช้งบประมาณในการสร้างสนามกีฬา กับการใช้งบประมาณในการสร้างหอประชุม แบบนี้ เป็นต้น คุณจะสนับสนุนนโยบายตามข้อใด เป็นต้น ยกเหตุผลประกอบประมาณนั้นครับ
ผลการทดสอบ จะดูได้ออนไลน์หลังจากสอบแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ครับ สำหรับแบบ Paper จะส่งทางพัสดุถึงเราโดยประมาณ ใน 3-4 สัปดาห์ครับ
ค่าใช้จ่ายในการสอบ ค่าสมัครสอบโดยประมาณ คือ 5500 บาทครับ ไม่รวม Package เช่น การลองสอบก่อนหรือ pretest เป็นต้น สำหรับผู้สนใจสอบ สามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการสอบ TOEFL คือ ETS
เว็บไซต์ www.ets.org

No comments:

Post a Comment