Tuesday, February 2, 2010

ข้อแตกต่างของ will และ going to

ไม่รู้ว่าจะเป็นการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน หรือว่าสอนจรเข้ให้ว่ายน้ำหรือเปล่านะครับ เอาเป็นว่าถ้าใครที่ทราบแล้วรู้แล้วก็ไม่เป็นไรก็ถือว่าเป็นการทบทวนละกันครับ สำหรับ Post นี้ ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงก็คือหลักการใช้
I will และ I am going to ในประโยค future tense หรือว่าประโยคอนาคตกาลนั้นเอง
Note
คำว่า Will เป็นกริยาช่วย แปลเป็นไทยว่า "จะ"
อีกความหมายหนึ่งของ Will เป็นสุภาษิตฝรั่งหมายถึง ความปรารถนาหรือความต้องการอย่างแรงกล้า
เช่น Where there's a will there's a way
คำอธิบาย When a person really wants to do something, he will find a way of doing it.
อีกอันสำนวนเกี่ยกับ will
"Whatever Will Be, Will Be" เป็นสำนวนหมายถึง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หรือแล้วแต่กรรมแต่เวรประมาณนั้น เพลงนี้ร้องในโฆษณาประกันชีวิตของบริษัทแห่งหนึ่งนะครับ
+++ จะนอกเรื่องไปไหน ....กลับมา to the point กันดีกว่า
เอาง่ายๆ เพื่อความเข้าใจอย่างนี้กันไหมครับ
ดูวัตถุประสงค์หรือ Main objective กันสักหน่อย
มีข้อเดียวครับ คือแยกให้ออก หรือให้รู้ว่า will กับ going to ใช้ต่างกันยังไง?
ขอยกตัวอย่างประกอบสัก 2 ประโยคง่ายๆ อย่างนี้ละกัน
1. I will go to Bangkok next week. ผมจะไปกรุงเทพในอาทิตย์หน้า
2. I am going to Bangkok next week. ผมกำลังจะไปกรุงเทพในอาทิตย์หน้า
ข้อแตกต่างที่ผมต้องการชี้ให้เห็นในสองประโยคนี้ก็คือ ?????
ประโยคแรก ผมต้องการจะไปกรุงเทพในอาทิตย์หน้า โดยที่ผมพึ่งคิดขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะไปหรือเปล่า (ประมาณว่า 50-50) แต่ ในประโยคที่ 2 ผมกำลังจะไปกรุงเทพในอาทิตย์หน้า กรณีนี้ผมได้วางแผนไว้ล่วงหน้า และจะต้องไปตามกำหนดที่่ได้วางแผนไว้อย่างแน่นอน ชัวร์ๆ ประมาณนั้น ครับ หวังว่าคงเห็นข้อแตกต่างนะครับ
เอาอีกสัก 2 ประโยคละกัน เพื่อความชัดเจน (อันนี้ขอยกตัวอย่างจากหนังสือภาษาอังกฤาที่อาจารย์สอนมาละกันครับ )
A พูดว่า It will rain. ประโยคนี้ฝนอาจจะตกหรือไม่ตกก็ได้ 50-50 เป็นการคาดเดาเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มความเป็นไปได้
B พูดว่า It is going to rain. ตอนนี้ฟ้าคงร้อง เมฆดำลอยต่ำ ลมพัดแรง และคงต้องเตรียมหาร่มหรือที่หลบฝนกันแล้วครับ เป็นการบอกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ประมาณนั้นครับ

No comments:

Post a Comment